Spread the love

Hedge forex คืออะไร

Hedge หรือการทำ Hedging คือวิธีการในการประกันความเสี่ยงของการลงทุน ด้วยวิธีการเปิดรายการซื้อ(buy) และขาย(sell) เงินสกุลเงินเดียวกันในเวลาคาบเกี่ยวกัน

เช่น ถ้าคุณเทรด EUR/USD คุณเปิดทั้งออเดอร์ Buy และ Sell ไว้อย่างละ 1 ออเดอร์ ออเดอร์ละ 1 lot ดังนั้น ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปในทิศทางใด คุณก็จะไม่มีทางได้หรือเสียเงิน ยอดรวมบัญชีของคุณจะความสมดุล หรืออาจกล่าวได้ว่า ความเสี่ยงในการเทรดของคุณเป็น 0 หลักการนี้จึงถูกนำไปประยุกต์ในในตอนที่คุณต้องการประกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด หรือตอนรู้ตัวแล้วว่าเทรดผิดทางครับ

ยกตัวอย่าง

  • เปิด buy เวลา 9:00น. เปิด sell เวลา 11:00น. ปิด sell เวลา 13:00น. ปิด buy เวลา 14:00น. -->> เป็น Hedging
  • เปิด buy เวลา 9:00น. ปิด buy เวลา 11:00น. เปิด sell เวลา 13:00น. ปิด sell เวลา 14:00น. -->> ไม่เป็น Hedging (เป็นการเทรดปกติ ไม่ใช่เทรดแบบประกันความเสี่ยง)

ข้อควรรู้ของการทำ Hedge forex

  1. การทำ Hedge ดูเหมือนจะเสียค่าคอมมิชชั่น 2 รอบ แต่ถ้าคุณเลือกโบรกเกอร์ดีๆ เช่น ที่มีสเปรดน้อยๆ ถ้าทำ Hedge ไปซักพักจะพบว่าค่าคอมมิชชั่นหรือ สเปรด โดยรวมทั้งการซื้อและขายที่ Hedging ไว้จะน้อยกว่าการเทรดทางเดียวของโบรกบางโบรกเสียด้วยซ้ำ(มันหักลบจาก สเปรดทางบวก และลบ) ซึ่งผมมองว่าต่อให้เสียค่าคอมเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าล้างพอร์ตครับ
  2. การ Hedge จะใช้ในการเปิด หลังจากเปิดไม้แรกไปแล้วเกิดการผิดทางที่คิดไว้ อาจจะเกิดทะลุแนวรับหรือแนวต้านในกราฟ โดยทำเพื่อลดความศูนย์เสีย และคิดว่าสักพักกราฟจะวิ่งกลับมาราคาเดิมภายหลัง

เช่น เมื่อเราซื้อ Buy ไว้เพื่อรอให้ราคาขึ้นแต่เกิดความไม่แน่นอนเกิดขึ้นราคากลับตกลงมาต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ buy ไว้ เราสามารถทำ Hedging โดยการเปิดขาย Sell ในทางตรงกันข้ามเพื่อจำกัดการขาดทุนไว้ไม่ให้มากไปกว่านี้ครับ

แนวทางการทำ Hedging forex

  1. Hedging เพื่อป้องกันการขาดทุนก็ล็อกจำนวนของการติดลบให้คงอยู่เท่าเดิม เปิดออเดอร์อีกทางดักไว้เพื่อไม่ต้องการที่จะตัดขาดทุน โดยเป็นการรักษาพอร์ตไม่ให้เสียหายไปจนถึงขึ้นแตก รอโอกาสและจังหวะที่กราฟจะกลับมาอีกครั้ง จึงจะยอมปิดเท่าทุนหรือขาดทุนเพียงเล็กน้อย เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าขาดทุนไปแล้วเป็นเรื่องยากที่จะทำกำไรกลับมาให้ได้ดังเดิม จึงเลือกที่จะใช้วิธีนี้เพิ่มเก็บรักษาทุนเอาไว้
  2. การแก้พอร์ตด้วย Hedging เมื่อรู้แน่ชัดว่าวิเคราะห์ผิด หรือกราฟกำลังเปลี่ยนทิศทางจึงทำการเปิดออเดอร์เอาไว้ เพื่อรักษาพอร์ตดีกว่าตัดขาดทุน จากนั้นจึงค่อย ๆ หาจุดเข้าเพื่อทำกำไรให้ได้เท่ากับออเดอร์ที่ติดลบ แล้วจึงค่อย ๆ ปิดเพื่อหักลบกัน การทำแบบนี้เสมือนรอให้ได้กำไรก่อนแล้วจึงปิดขาดทุนนั่นเอง ดีกว่าปล่อยให้ขาดทุนแล้วทุนหมด นับว่าเป็นวิธีที่มีประโยชน์อย่างมาก
  3. มีอีกเทคนิคหนึ่งในการทำ Hedging นั่นก็คือการเพิ่มจำนวน Lot ตัวอย่างเช่น เทรดผิดทาง 1 Lot เมื่อมั่นใจแล้วว่ากราฟไม่ย้อนกลับไปอย่างแน่นอน แต่ยังไม่อยากที่จะตัดขาดทุน จึงเปิดออเดอร์ใหม่ในทิศทางตรงกันข้ามกับออเดอร์ก่อนหน้า โดยเพิ่มเป็น 2 Lot และพอร์ตสามารถดึงทุนกลับได้คืน จึงทำการปิดออเดอร์ที่ติดลบ แต่เทคนิคนี้ควรระวังในช่วงที่กราฟผันผวน หรือมีข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ หรือข่าวนอกตาราง เช่น การแถลงจากบุคคลสำคัญ เพราะสิ่งนี้สามารถทำให้กราฟกลับทิศทางได้เสมอ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเมื่อทำการ Hedging ด้วยการเพิ่ม Lot แล้วไม่นานกราฟก็กลับไปทางเดิม นั่นจำเป็นที่จะต้องทำการเพิ่มไปอีก หรือยอมตัดขาดทุนไม่มากก็น้อยอยู่ดี

กลยุทธ์การเทรดแบบนี้ ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ที่จะสามารถทำการ Hedging ได้คือ แต่ละโบรกเกอร์มีเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าอยากทราบข้อมูลสามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่แต่ละโบรกเกอร์ได้เลย ว่าโบรกเกอร์ที่สนใจสามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้หรือไม่ แม้ว่าแผนการเทรดของเทรดเดอร์เอง จะไม่มีการทำ Hedging อยู่ในแผน แต่การเลือกโบรกเกอร์ที่อนุญาตให้ใช้กลยุทธ์นี้ได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมีเผื่อไว้ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี

เพราะถ้าเข้าใจการทำ Hedging คือ เตรียมแผนไว้สำหรับการแก้พอร์ต ก็นับว่าเป็นแนวคิดที่ไม่เลว เพราะกฎข้อแรกของการลงทุนนั่นก็คือ การรักษาเงินทุน ดังนั้น ถ้ามีกลยุทธ์ในการรักษาเงินทุนไว้หลาย ๆ วิธี ก็ถือว่าเป็นเทรดเดอร์ที่มีการเตรียมตัวไว้อย่างดี จะสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสภาวะตลาดอย่างแน่นอน

เพราะการเทรด ไม่ใช่เพียงแค่หาระบบเทรดให้แม่น ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยต่อความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเงินทุนและความเสี่ยง จิตวิทยาการเทรด เทคนิคการเทรด และการแก้พอร์ตก็เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาเงินทุน ที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเงินทุนทั้งหมดที่มีได้ และการแก้พอร์ตที่ได้กล่าวมานี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์เลือกใช้วิธีนี้ มากกว่าการตัดขาดทุน

แต่ไม่ว่าจะวิธีใด เทรดเดอร์เองเรียนรู้ฝึกฝนไว้หลาย ๆ กลยุทธ์ ยังไงก็ได้เปรียบเทรดเดอร์ในตลาดอย่างแน่นอน เพราะการเทรดให้ได้กำไรนั้นเป็นเรื่องยาก เทรดเดอร์ที่ฉลาดจะไม่ค่อยยอมเสียเงินไปแบบง่าย ๆ ถ้าพูดถึงกลยุทธ์ในการแก้พอร์ต กลยุทธ์ Hedging คือ วิธีที่ยอดเยี่ยมอีกวิธีหนึ่งเลย

วิธี Hedge forex

1.การ Hedge แบบสมบูรณ์ จะทำกับค่าเงินเดียวกัน ขนาดสัญญาต้องเท่ากันด้วย เช่น ค่าเงิน EUR USD ผมทำการ SELL ที่ราคา 1.2600 ขนาด0.25 ไว้ ต่อมาราคา ทะลุขึ้นไป อย่างหน้าใจหาย ผมก็ BUY ล็อตขาดทุนไว้ ที่ 1.2700 ขนาด 0.25 เช่นกัน ราคาวิ่งขึ้นไป ไม่หยุดหายใจ จนกระทั่ง ไป ถึงราคา 1.2850 ผมเห็นแล้วว่าเป็นแนวต้าน ที่คิดไว้เป็นเป้าในใจ คิดว่ามันต้องหยุดแน่ ผม ก็ ปลดล็อค กำไร ทางBUY ซึ่งได้กำไรไป 150 จุดครับ จาก นั้นผมจะเหลือ ไม้ SELL ไว้ ลุ้น รอมันวิ่งกลับมาราคาเดิม อาจจะไม่ถึงราคาเดิม ก็ ได้ แต่ก็ หักลบ กันแล้ว อาจะกำไรนิดหน่อย ก็ ยังดี

2.Hedge แบบ ไม่สมดุล เช่น ไม้แรก ผม SELL ราคา 1.2600 ขนาด 0.25 ไว้ ต่อมาวิ่งขึ้นผิดจากทางที่คิดไว้ ผม ก็ BUY ตามน้ำ ที่ราคา 1.2650 ขนาด สัญญา0.5 ล็อต ต่อมามันวิ่ง ต่อไป อีก ผมซื้อตามน้ำ ตามแผนที่วางไว้ ไม้สาม ราคา 1.2700 ขนาด 1 ล็อต ต่อ มาวิ่ง อีก มาราคา 1.2750 ก็ ซื้อ อีก 1 ล็อต จะเห็น ได้ ท่านถือ ทั้งหมด 4ไม้จนกำไร ก็เลิกเลยก็ ได้ หรือจะถือต่อ ไปจนกว่าจะพอใจ ขึ้นอยุ่กับบริหารหน้าตักของท่าน

3. Hedge ในกรณี ต่างค่าเงิน เช่น SELL EUR /USD แต่ไป ฺBUY GBP/USD ในเวลาเดียวกัน พอกำไรกันเมื่อไหร่ ก็ เลิกเลย หรือถือ ต่อไป ตามแผนใจแต่ละคน4. Hedge โดยใช้ OPtion หรือ binary option contracts เข้ามาช่วยศาสตร์ตรงนี้จะลึกซึ่งมาหน่อย มีเรื่องการหมดอายุสัญญามาให้ปวดหัว กลยุทธ์จะยากขึ้นพลิกแพลงถ้าท่านเข้าใจก็จะมีค่าใช้จ่ายน้อย 
Hedge เป็น ก็ รวย ไม่ เป็นก็ ชิบหายแน่นอน ต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง ใช้มันด้วยความเข้าใจ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำ Hedge forex

1.ช่วยป้องกันความผันผวนของตลาด

ข้อแรกนี้ถือเป็นข้อที่มีความสำคัญมากที่สุดเลย คือป้องกันความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่นการโจมตีฝรั่งเศสของผู้ก่อการร้ายทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 160 คนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ตลาด Forex ยุโรป มีการแกว่งตัวอย่างรุนแรง และคุณอาจได้รับผลกระทบในกรณีดังกล่าวด้วย

2.แก้ไขสถานการณ์เมื่อเทรดพลาด แล้วรอเข้าทำกำไร

เช่น เมื่อเราซื้อ Buy ไว้เพื่อรอให้ราคาขึ้นแต่เกิดความไม่แน่นอนเกิดขึ้นราคากลับตกลงมาต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ buy ไว้ เราสามารถทำ Hedging โดยการเปิดขาย Sell ในทางตรงกันข้ามเพื่อจำกัดการขาดทุนไว้ แล้วรอกราฟวิ่งกลับมาราคาเดิมภายหลัง

ซึ่ง Hedge เป็นตัวอย่างหนึ่งในสามวิธีการแก้ปัญหานี้ กล่าวคือ

– Cut loss ตัดขาดทุนไป หรือตัดกำไรที่ได้จากการเทรดโดยรักษาต้นทุนไว้

– รอมันเด้งขึ้นมาแล้วปิด หลายคนจะลุ้นวิธีนี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้โชคดีเสมอไป การเล่นแบบนี้เขาเรียกว่าเข้าข่ายเล่นพนันครับ

– แก้ปัญหาโดยการ Hedging

3.ช่วยให้คุณทำกำไรได้เพิ่มขึ้น

นอกเหนือจากการที่คุณจะป้องกันความเสี่ยงแล้วการทำ Hedge ยังสามารถช่วยให้คุณทำกำไร เมื่อราคามีการปรับตัวในราคาวิ่งไปตามแนวโน้ม ซึ่งจะทำให้ผลกำไรของคุณเพิ่มเป็น 2 เท่า กล่าวคือคุณจะได้กำไรจากทั้งการ Buy และ Sell ซึ่งในการใช้กลยุทธ์นี้ในการเทรด คุณควรจะต้องรู้ก่อนว่าจุดกลับตัว หรือจุด นั้นอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะเข้าออเดอร์ได้แม่นยำมากขึ้นครับ

ความเสี่ยงจากการทำ Hedging

การ Hedging เป็นเทคนิคที่ใช้ในการลดความเสี่ยง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือเกือบทุกวิธีการป้องกันความเสี่ยงจะมีข้อเสียของตัวเอง ตามที่ระบุไว้ข้างต้นคือการป้องกันความเสี่ยงนั้นไม่สมบูรณ์เสมอไป และไม่สามารถรับประกันความสำเร็จในอนาคตได้ และไม่รับประกันว่าการสูญเสียใด ๆ จะได้รับการบรรเทาหรือลดทอน นักลงทุนควรคิดถึงการป้องกันความเสี่ยงในแง่ของข้อดีและข้อเสีย ประโยชน์ของ กลยุทธ์การลงทุน ที่ได้นั้นคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะการ Hedging นั้นส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่การเพิ่มกำไร ควรจะจำไว้ว่าการ Hedging ที่สำเร็จนั้นเป็นเพียงการป้องกันการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นก็พอแล้ว

สรุป

ถ้ามีการปรับตัวของราคาเกิดขึ้น คุณก็สามารถใช้กลยุทธ์ Hedging นี้เพื่อทำกำไรได้ แต่ถ้าราคาไม่มีการปรับตัว คุณก็อาจจะสูญเสียกำไรส่วนหนึ่งที่คุณควรจะได้รับไป

รีวิว แจกซิกแนลในห้องไลน์ ทั้งทอง และคู่สกุลเงิน ทำกำไร Forex

สอบถามเพิ่มเติมเข้ากลุ่มไลน์ กดลิ้งนี้ได้เลย http://bit.ly/thaiforexfamily

โบรกเกอร์ FOREX ที่แนะนำ

ข้อดีและข้อเสีย อัพเดทล่าสุดปี 2021 รายละเอียดแบบชัดเจนทุกประเด็น ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ใบอนุญาต Forex ประเภทบัญชีซื้อขาย แพลตฟอร์ม MT4, MT5 ช่องทางการฝากเงิน ช่องทางการถอนเงิน โบนัส โปรโมชั่นต่างๆ งานสัมมนาหรือกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเทรด ช่องทางการติดต่อและช่วยเหลือจาก Support